ผู้เรียบเรียง นายไพฑูรย์ แย้มประสวน ครูชำนาญการพิเศษ สาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสิ่อสาร โดยใช้ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต (หลายแหล่งที่มา)
SU 30 กองทัพอากาศรัสเซีย (เพ็นท์สีธงชาติสหพันธรัฐรัสเซีย)
Su-30 (Sukhoi ซูคอย) เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีสมรรถนะสูงสำหรับอากาศนาวียุคใหม่ ของประเทศรัสเซีย ที่ได้รับความนิยมจากกองทัพในหลายประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐเวเนซูเอลา โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น เวียตนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ล้วนสั่งซื้อเข้าประจำการ
 |
| ฝูงบิน Su-30 ของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย (ธงแดง-ขาว ลำใกล้) ฝึกร่วมกับ F-18 ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย (สองลำไกล ทางซ้าย) |
ประเทศไทยเองสมัยที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อทักษิณ ชินวัตร ก็คิดจะซื้อเครื่องบินรุ่นนี้เข้ามาใช้เหมือนกัน (ราคาลำละประมาณ 34 ล้านเหรียญสหรัฐ ตีเป็นเงินไทย ก็น่าจะเป็นพันล้านบาทต่อลำ - แพงมากนะ สำหรับประเทศไทยเรา ...แต่ทางทหารเขาถือว่า คุ้มค่า เมื่อเทียบกับการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล) โดยเอาสินค้าเกษตรของไทย อาทิ ไก่ (ที่ในขณะนั้นโรคไข้หวัดนกกำลังระบาดอย่างรุนแรง ไทยต้องสังหารไก่ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ตายไปมากมายก่ายกอง) ไปแลกซื้อเครื่องบินรัสเซีย (เนื่องจาก นายวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กับนายกฯ ทักษิณ สองคนนี้เขาเป็นหมู่เฮากัน) ในลักษณะ Barter Trade (แลกสินค้า)
 |
| นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร (2001-2006) กับนายวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย |
แต่หลังจากที่ รัฐบาลของนายกฯทักษิณ ชินวัตร หมดอำนาจลง (ปี 2006) กองทัพไทยก็ได้หันไปซื้อเครื่องบินกริพเพน Gripen จากประเทศสวีเดน (ที่มีขนาดเล็กกว่า ราคาก็เบากว่า และมีเครื่องยนต์เดียว) โดยให้เหตุผลว่า เหมาะสมกับประเทศไทย และมีค่าการดูแลรักษา maintenance cost ต่ำกว่าเครื่องบินรัสเซีย และสามารถเชื่อมระบบสื่อสารกับเรือรบของกองทัพเรือได้อีกด้วย และสวีเดนประเทศผู้ผลิตยังจัดแพ็คเกจ ที่เป็นชุดอำนวยการรบและระบบควบคุมสื่อสาร ที่เป็นเครื่องบินควบคุม และติดตั้งในเรือรบของกองทัพเรือไทย ให้อีกด้วย เรียกได้ว่า Valuable (คุมค่า) น่าใช้ ประเทศที่สั่งซิ้อเครื่องบิน Gripen ไปใช้ในกองทัพของตน ก็มีหลายประเทศ อาทิ ประเทสวีเดน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐเช็ค สาธารณรัฐฮังการี สหภาพแอฟริกาใต้ และราชอาณาจักรไทย เป็นต้น

Gripen เครื่องบินขับไล่โจมตีของกองทัพอากาศไทย ประจำการที่กองบิน 7 สุราษฏร์ธานี
 |
F-18 เครื่องบินขับไล่/โจมตีทางทะเล จากสหรัฐอเมริกา นี่แหละที่กองทัพไทยอยากได้จัง ...แต่มันแพงระยับ
|
บางคนอาจจะสงสัยว่า แค่การรบทางทะเลมันจะสำคัญตรงไหน อยู่ไกลไปตั้งเยอะแยะ.... สมัยก่อนอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่สมัยนี้มันเปลี่ยนไป เพราะผลประโยชน์มากมายก่ายกองของชาติก็อยู่ในท้องทะเล อาทิ ประเทศไทย ทรัพยากรทางทะเลในเขตเศรษฐกิจ 200 ไมล์ ก็มากมายมหาศาล ตั้งแต่แร่ธาตุ ก๊าซธรรมชาติ การประมง การท่องเที่ยว นิคมอุตสาหกรรมตามฝั่งทะเลภาคตะวันออก ท่าเรือแหลมฉะบัง ฯลฯ นี่ยังไม่นับด้านการขนส่งสินค้าเข้า-ออกทางทะเลที่เป็นเส้นทางหลักของชาติเรา ...เอาแค่ประเทศอืนมาปิดปากอ่าวไทย เราก็อาจจะเป็นง่อยไปแล้ว เพราะแค่ขนส่งน้ำมันดิบเข้ามาไม่ได้ ยวดยาน การขนส่ง เป็นง่อยเลย กองทัพก็รบไม่ได้ ไม่มีน้ำมันเติมรถ เรือ เครื่องบิน ... แล้วประเทศไหนจะมาปิดอ่าวไทยได้? ... เอาแค่เวียตนามประเทศเดียว ไทยเราก็หนาวแล้ว เพราะดูตามแผนที่เวียตนามใต้ตั้งอยู่ปากซอยอ่าวไทยพอดี และเวียตนามมีเรือดำน้ำที่เพิ่งทุ่มงบซื้อจากรัสเซียมา 4 ลำ (เรือดำน้ำลำหนึ่ง ราคาไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน ความเก่งของเรือดำน้ำก็ระดับ มัจฉานุ ลูกชายของหนุมาน ในวรรณคดีรามเกียรตินั่นแหละ ..เอาแค่ว่า มันรบและกบดานอยู่ในทะเลได้ทุกสภาพอากาศ แค่นี้พวกเรือผิวน้ำ กับเครื่องบินก็มีข้อจำกัดแล้ว ยิ่งเรือดำน้ำสมัยนี้มันสามารถยิงอาวุธใส่เครื่องบินได้อีกด้วย ..ถ้าไม่มีเรือดำน้ำด้วยกันไปต่อกรกับมัน..ก็เล่นมันยากแล้ว) เวียตนามยังมีเครื่องบินตระกูลซูคอยฝูงเก่าอยู่อีกล่ะ แล้วต้องไม่ลืมว่า กองทัพเวียตนามนั้นเคยรบกับฝรั่งเศส เคยรบยาวกับอเมริกา และเคยรบสั้นๆ กับสาธารณรัฐประชาชนจีนมาแล้ว ก็ขนาดประเทศบิ๊กๆ เบิ้มๆ เวียตนามก็เคยรบมาแล้ว หากต้องมารบกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน มีหรือที่ชาตินักรบตัวจริงอย่างเวียตนามจะขยาดขาดกลัว ก็เขาเป็นนักรบมืออาชีพตัวพ่อ ... ก็นี่แหละไทยเราถึงต้องมีเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ไง ต้องจัดหาเรือดำน้ำ และตั้งฝูงบินขับไล่สมรรถนะสูงไว้ที่ภาคใต้ตอนล่างไง... นี่ยังไม่นับประเทศมาเลเซียที่มีอาวุธมากมาย เพราะประเทศนี้มีตังค์มาก ... แล้วถามว่าโอกาสจะรบกันมีไหมก็เราเป็นเพื่อนบ้านอาเซียนกัน? ... ก็ดูแค่ไทยกับกัมพูชาก็ยังถล่มปืนใหญ่ใส่กันไปกี่นัด? ..ไทยกับพม่าก็เคยถล่มกันแถวชายแดนตายไปไม่ใช่น้อย?... ทางทหารเขาก็ไม่เคยประมาท เพราะผลประโยชน์ของชาติมันก็ไม่มีใครยอมใคร
 |
| เรือดำน้ำสาธารณรัฐเวียตนาม ที่สั่งต่อจากสหพันธรัฐรัสเซีย (มีข่าวว่า 4 ลำ) |
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนาม และมาเลเซีย เพื่อนบ้านอาเซียนของเรา ก็มี Su-30 เข้าประจำการ เพื่อเอาไว้รับมือกับภัยคุกคามที่มาจากยักษ์ใหญ่อย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน (ก็มี Su-30 ประจำการเช่นกัน โดยจีนซิ้อแบบจากรัสเซีย และผลิตมาใช้ในกองทัพของตนเองเอง) เนื่องจากมีกรณีพิพาทเรื่องสิทธิเหนือหมู่เกาะสแปร็ตลีย์ ในทะเลจีนใต้ กันอยู่
 |
| Su-30 กองทัพเวียตนาม เตรียมพร้อมรับมือยุทธนาวีสมัยใหม่ |
 |
| ประเทศมาเลเซีย ก็มี Su-30 เข้าประจำการในกองทัพของตน |
 |
| Su-30 อากาศนาวี กองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน |
ในภาพต่อไปนี้ เป็นเครื่องบิน SU-30 ของกองทัพอากาศอินเดีย ผลิตในประเทศโดยรัฐวิสาหกิจผลิตอากาศยานฮินดูสถานของรัฐบาลอินเดีย Hindustan Aeronautics Limited (HAL). โดยซื้อไลเซนส์ มาจากประเทศรัสเซีย เอามาผลิตใช้ในกองทัพของตน