Showing posts with label ทร.. Show all posts
Showing posts with label ทร.. Show all posts

Wednesday, February 19, 2014

Sea Warfare Fighters บ.ขับไล่โจมตีอากาศนาวี


        ผู้เรียบเรียง  นายไพฑูรย์  แย้มประสวน  
                      ครูชำนาญการพิเศษ  สาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสิ่อสาร
         
                     โดยใช้ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต (หลายแหล่งที่มา)

SU 30  กองทัพอากาศรัสเซีย (เพ็นท์สีธงชาติสหพันธรัฐรัสเซีย)


Su-30  (Sukhoi ซูคอย) เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีสมรรถนะสูงสำหรับอากาศนาวียุคใหม่ ของประเทศรัสเซีย ที่ได้รับความนิยมจากกองทัพในหลายประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน  สาธารณรัฐอินเดีย  สาธารณรัฐเวเนซูเอลา  โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น เวียตนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย  ล้วนสั่งซื้อเข้าประจำการ 


ฝูงบิน Su-30  ของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย (ธงแดง-ขาว ลำใกล้)  ฝึกร่วมกับ F-18 ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย (สองลำไกล ทางซ้าย)



ประเทศไทยเองสมัยที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อทักษิณ ชินวัตร ก็คิดจะซื้อเครื่องบินรุ่นนี้เข้ามาใช้เหมือนกัน  (ราคาลำละประมาณ 34 ล้านเหรียญสหรัฐ ตีเป็นเงินไทย ก็น่าจะเป็นพันล้านบาทต่อลำ - แพงมากนะ สำหรับประเทศไทยเรา ...แต่ทางทหารเขาถือว่า คุ้มค่า เมื่อเทียบกับการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล)  โดยเอาสินค้าเกษตรของไทย อาทิ ไก่ (ที่ในขณะนั้นโรคไข้หวัดนกกำลังระบาดอย่างรุนแรง ไทยต้องสังหารไก่ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ตายไปมากมายก่ายกอง) ไปแลกซื้อเครื่องบินรัสเซีย (เนื่องจาก นายวลาดิมีร์ ปูติน  ผู้นำรัสเซีย กับนายกฯ ทักษิณ สองคนนี้เขาเป็นหมู่เฮากัน) ในลักษณะ Barter Trade (แลกสินค้า) 
นายกฯ ทักษิณ  ชินวัตร (2001-2006)   กับนายวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย 



แต่หลังจากที่ รัฐบาลของนายกฯทักษิณ ชินวัตร หมดอำนาจลง (ปี 2006)  กองทัพไทยก็ได้หันไปซื้อเครื่องบินกริพเพน Gripen  จากประเทศสวีเดน (ที่มีขนาดเล็กกว่า ราคาก็เบากว่า และมีเครื่องยนต์เดียว)  โดยให้เหตุผลว่า เหมาะสมกับประเทศไทย และมีค่าการดูแลรักษา maintenance cost ต่ำกว่าเครื่องบินรัสเซีย และสามารถเชื่อมระบบสื่อสารกับเรือรบของกองทัพเรือได้อีกด้วย และสวีเดนประเทศผู้ผลิตยังจัดแพ็คเกจ ที่เป็นชุดอำนวยการรบและระบบควบคุมสื่อสาร ที่เป็นเครื่องบินควบคุม และติดตั้งในเรือรบของกองทัพเรือไทย ให้อีกด้วย เรียกได้ว่า Valuable  (คุมค่า) น่าใช้ ประเทศที่สั่งซิ้อเครื่องบิน Gripen ไปใช้ในกองทัพของตน ก็มีหลายประเทศ อาทิ ประเทสวีเดน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐเช็ค สาธารณรัฐฮังการี  สหภาพแอฟริกาใต้   และราชอาณาจักรไทย เป็นต้น



       Gripen  เครื่องบินขับไล่โจมตีของกองทัพอากาศไทย ประจำการที่กองบิน 7  สุราษฏร์ธานี


เครื่องบินกริพเพน กับเครื่องบินควบคุมสื่อสาร (ลำบน)  ครบเซ็ต
ปฏิบัติการทางอากาศนาวีก็น่าจะราบรื่น พราะประสานงานทั้งเรือรบ และเครื่องบินได้
กริพเพน กับเขี้ยวเล็บ ... โดยเฉพาะอาวุธปล่อยนำวิถี..มีเพียบ
Saab ทำการติดตั้งระบบสื่อสารและอำนวยการรบ ระหว่างเรือรบของไทย รล.นเรศวร และ รล.ตากสิน
(ประเภทเรือฟริเกต หรือเรือพิฆาตขนาดเบา)  กับฝูงบินกริพเพน ของกองทัพอากาศ



รล.ตากสิน  กองเรือฟริเกตที่ 2  กองเรือยุทธก่าร  กองทัพเรือไทยสั่งต่อจากสาธารณรัฐประชาชนจีน  เป็นเรือที่ระบบสื่อสารและอำนวยการรบจะได้รับการติดตั้งจาก Saab ผู้ผลิตเครื่องบิน Gripen

Gripen (new generation)  บินทดสอบโดยนักบินกองทัพอากาศอินเดีย
เป็นเครื่องบินรบที่สมรรถนะไม่ธรรมดา เมื่อเทียบกับราคา และค่าดูแลรักษาที่ต้นทุนต่ำกว่า Su-30


ถ้าจะว่าไปแล้ว กองทัพอากาศไทยอยากได้เครื่องบิน F-18 จากสหรัฐอเมริกา (F มาจาก Fighter คือ บ.ขับไล่) มากกว่า  และยังเคยสั่งจองมาแล้วด้วย (เพราะ ทอ.ไทย ก็ใช้ F-16 อยู้แล้ว  นักบินกับช่างเครื่องบินก็คุ้นเคยมือกับเครื่องบินทางค่ายอเมริกามากกว่า) แต่พอดีเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงปี 2540 (วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง) ชึ้นเสียก่อน  รัฐบาลไทยก็เลยต้องขอแคนเซิลกับทางอเมริกา (งานนี้ต้องโดนริบเงินมัดจำด้วย เพราะไม่ใช่เงินน้อยๆ ทางบริษัทล็อกฮีดส์ ผู้ผลิตเขาก็เสียหายและเสี่ยง แต่ได้ข่าวว่า ทางรัฐบาลสหรัฐก็ช่วยเจรจาลดหย่อนให้ เพราะถึงยังไงเครื่องบิน F-18 ก็ขายให้กองทัพอเมริกา และพันธมิตรได้อยู่แล้ว) 


F-18  (ปกติจะประจำการอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน) เครื่องบินฝึกนักบิน กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา 


และกองทัพไทยก็หันมาพิจารณาหา บ.ขับไล่โจมตีทางทะเล ที่ราคาเซฟกว่ากัน Gripen จากกลุ่มบริษัท Saab จากประเทศสวีเดน (ปกติบ้านเรา Saab จะคุ้นตาอยู่กับรถนั่งหรูหรา ที่เคยมาขายอยู่พักหนึ่ง)  จึงเป็นคำตอบสุดท้าย ...เพราะกองทัพอากาศเขาก็มีการตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทำการศึกษาพิจารณาอยู่นาน ..ที่สำคัญในเวลาปฏิบัติการจริงก็ต้องรบร่วมกับเรือรบของกองทัพเรือ (ประเทศอเมริกา รัสเซีย จีน พวกมหาอำนาจทางทหารนั้น กองทัพเรือจะมีฝูงบินโจมตีขับไล่ของตัวเอง เป็นกำลังอากาศนาวีที่กองกำลังทางเรือ และกองกำลังทางบกหรือนาวิกโยธิน ต่างก็ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เพราะอยู่ในกลุ่มงานที่ปฏิบัติร่วมกันตามปกติ ...แต่สำหรับประเทศเล็กๆ กองทัพเล็กๆ บ.ขับไล่โจมตีสมรรถนะสูงๆ จะขึ้นอยู่กับกองทัพอากาศ เมื่อต้องมารบร่วมกับกองเรือในทะเล และนาวิกโยธินหรือทหารเรือบนบก อาจจะมีปัญหาในเรื่องการสื่อสารได้ เพราะปกติก็ต่างคนต่างอยู่คนละกลุ่มงานกัน)  ก็ต้องมีระบบการสื่อสารที่เชื่อมต่อกันได้  การนี้ทางบริษัทซาบส์จะจัดระบบสื่อสารแถมมาให้ ..ไฮไลต์ก็เลยมาอยู่ตรงนี้  กองทัพไทยไม่ต้องจ่ายแพง  แต่ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ  ...เพราะพวกเขาจะสามารถปฏิบัติการทางอาศนาวีได้อย่างมั่นใจ


F-18  เครื่องบินขับไล่/โจมตีทางทะเล จากสหรัฐอเมริกา
นี่แหละที่กองทัพไทยอยากได้จัง  ...แต่มันแพงระยับ 
 
 


บางคนอาจจะสงสัยว่า แค่การรบทางทะเลมันจะสำคัญตรงไหน อยู่ไกลไปตั้งเยอะแยะ.... สมัยก่อนอาจจะเป็นเช่นนั้น  แต่สมัยนี้มันเปลี่ยนไป เพราะผลประโยชน์มากมายก่ายกองของชาติก็อยู่ในท้องทะเล  อาทิ  ประเทศไทย ทรัพยากรทางทะเลในเขตเศรษฐกิจ 200 ไมล์ ก็มากมายมหาศาล ตั้งแต่แร่ธาตุ ก๊าซธรรมชาติ การประมง การท่องเที่ยว นิคมอุตสาหกรรมตามฝั่งทะเลภาคตะวันออก ท่าเรือแหลมฉะบัง ฯลฯ  นี่ยังไม่นับด้านการขนส่งสินค้าเข้า-ออกทางทะเลที่เป็นเส้นทางหลักของชาติเรา 
...เอาแค่ประเทศอืนมาปิดปากอ่าวไทย เราก็อาจจะเป็นง่อยไปแล้ว เพราะแค่ขนส่งน้ำมันดิบเข้ามาไม่ได้ ยวดยาน การขนส่ง เป็นง่อยเลย  กองทัพก็รบไม่ได้ ไม่มีน้ำมันเติมรถ เรือ เครื่องบิน
 ... แล้วประเทศไหนจะมาปิดอ่าวไทยได้?  ... เอาแค่เวียตนามประเทศเดียว ไทยเราก็หนาวแล้ว เพราะดูตามแผนที่เวียตนามใต้ตั้งอยู่ปากซอยอ่าวไทยพอดี  และเวียตนามมีเรือดำน้ำที่เพิ่งทุ่มงบซื้อจากรัสเซียมา 4 ลำ (เรือดำน้ำลำหนึ่ง ราคาไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน ความเก่งของเรือดำน้ำก็ระดับ มัจฉานุ ลูกชายของหนุมาน ในวรรณคดีรามเกียรตินั่นแหละ ..เอาแค่ว่า มันรบและกบดานอยู่ในทะเลได้ทุกสภาพอากาศ  แค่นี้พวกเรือผิวน้ำ กับเครื่องบินก็มีข้อจำกัดแล้ว  ยิ่งเรือดำน้ำสมัยนี้มันสามารถยิงอาวุธใส่เครื่องบินได้อีกด้วย ..ถ้าไม่มีเรือดำน้ำด้วยกันไปต่อกรกับมัน..ก็เล่นมันยากแล้ว) 
เวียตนามยังมีเครื่องบินตระกูลซูคอยฝูงเก่าอยู่อีกล่ะ  แล้วต้องไม่ลืมว่า กองทัพเวียตนามนั้นเคยรบกับฝรั่งเศส เคยรบยาวกับอเมริกา และเคยรบสั้นๆ กับสาธารณรัฐประชาชนจีนมาแล้ว ก็ขนาดประเทศบิ๊กๆ เบิ้มๆ เวียตนามก็เคยรบมาแล้ว หากต้องมารบกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน มีหรือที่ชาตินักรบตัวจริงอย่างเวียตนามจะขยาดขาดกลัว  ก็เขาเป็นนักรบมืออาชีพตัวพ่อ ... ก็นี่แหละไทยเราถึงต้องมีเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ไง  ต้องจัดหาเรือดำน้ำ  และตั้งฝูงบินขับไล่สมรรถนะสูงไว้ที่ภาคใต้ตอนล่างไง... นี่ยังไม่นับประเทศมาเลเซียที่มีอาวุธมากมาย เพราะประเทศนี้มีตังค์มาก ... แล้วถามว่าโอกาสจะรบกันมีไหมก็เราเป็นเพื่อนบ้านอาเซียนกัน? ... ก็ดูแค่ไทยกับกัมพูชาก็ยังถล่มปืนใหญ่ใส่กันไปกี่นัด? ..ไทยกับพม่าก็เคยถล่มกันแถวชายแดนตายไปไม่ใช่น้อย?... ทางทหารเขาก็ไม่เคยประมาท เพราะผลประโยชน์ของชาติมันก็ไม่มีใครยอมใคร


เรือดำน้ำสาธารณรัฐเวียตนาม ที่สั่งต่อจากสหพันธรัฐรัสเซีย (มีข่าวว่า 4 ลำ)



สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนาม และมาเลเซีย  เพื่อนบ้านอาเซียนของเรา ก็มี Su-30 เข้าประจำการ เพื่อเอาไว้รับมือกับภัยคุกคามที่มาจากยักษ์ใหญ่อย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน (ก็มี Su-30 ประจำการเช่นกัน โดยจีนซิ้อแบบจากรัสเซีย และผลิตมาใช้ในกองทัพของตนเองเอง) เนื่องจากมีกรณีพิพาทเรื่องสิทธิเหนือหมู่เกาะสแปร็ตลีย์ ในทะเลจีนใต้ กันอยู่


Su-30  กองทัพเวียตนาม  เตรียมพร้อมรับมือยุทธนาวีสมัยใหม่



ประเทศมาเลเซีย ก็มี Su-30 เข้าประจำการในกองทัพของตน
Su-30  อากาศนาวี กองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน



     ในภาพต่อไปนี้ เป็นเครื่องบิน SU-30 ของกองทัพอากาศอินเดีย  ผลิตในประเทศโดยรัฐวิสาหกิจผลิตอากาศยานฮินดูสถานของรัฐบาลอินเดีย Hindustan Aeronautics Limited (HAL).  โดยซื้อไลเซนส์ มาจากประเทศรัสเซีย เอามาผลิตใช้ในกองทัพของตน



Su30 ของกองทัพอากาศอินเดีย  จะเห็นว่ามีธงชาติอินเดียติดอยู่ที่ท้ายเครื่อง  ทำการบินทดสอบโดยนักบินของ ทอ.อินเดีย







SU 30  จะมีสองปล่อง twin engine หรือสองเครื่องยนต์  (F-16 มีปล่องเดียว)  เทียบสมรรถนะได้กับ F-18 ของกองทัพสหรัฐอเมริกา (แต่ราคาถูกกว่า)    เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีที่จะเอาไว้ต่อกรกับกองเรือ  ฝูงบิน และอาวุธภาคพื้นดิน  ปฏิบัติภารกิจได้ทุกกาลอากาศ (all weather mission) ทั้งกลางวันและกลางคืน





เป็นเครื่องบินที่เอาไว้รบกันในทะเล ซึ่งจะเจอทั้งเครื่องบินด้วยกันเอง เรือผิวน้ำ  เรือดำน้ำ จรวดนำวิถี  จัดเป็นเครื่องบินที่มีเขี้ยวเล็บรอบตัว และพิสัยปฏิบัติการไกลกว่าปกติ




.